Canadian Rockies – Vancouver, Canada (10D8N)
85,000 บาท
Canadian Rockies – Vancouver, Canada Trip Outline
กรุ๊ปเล็ก เดินทาง 10-12 ท่าน + Staff คนไทย 2 คน
มีช่างภาพคอยเก็บภาพประทับใจ
ทริปนี้มีการเดินเท้าระยะสั้น (short hike)
ที่พัก และ พาหนะโดยรวมสะดวกสบาย
การเดินทางรูปแบบ Road trip
นำทริปโดย Tour Leader คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศแคนนาดา เชี่ยวชาญเส้นทาง
23 กันยายน – 2 ตุลาคม 2567 (เต็ม)
1-10 ตุลาคม 2567 (เต็ม)
ราคาดังกล่าวรวม
– การเดินทางภายในประเทศทั้งหมดโดยรถยนต์ 8 ที่นั่ง – โรงแรมและที่พักตลอดการเดินทาง 8 คืน – ค่าเข้าอุทยานและสถานที่เที่ยวตามโปรแกรมทั้งหมด – ประกันอุบัติเหตุและเสียชีวิตเบื้องต้น วงเงิน 1,000,000 บาท
ราคาดังกล่าวไม่รวม
– ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-แวนคูเวอร์ (ราคาไปกลับประมาณ 39,xxx บาท ณ วันที่ 7 ตุลาคม 66)
– ค่าอาหาร
– ค่าประกันสำหรับทำวีซ่า และค่าวีซ่า
รายละเอียดทริป
Day 1
– นัดเจอพร้อมกันที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เตรียมตัวเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติไต้หวันเถาหยวน ประเทศไต้หวัน (Taiwan Taoyuan International Airport, Taiwan) เพื่อต่อเครื่องไปยังสนามบินปลายทาง ณ สนามบินนานาชาติแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา(Vancouver International Airport, Canada)
– เดินทางถึงประเทศแคนาดาและเดินทางเข้าที่พัก ณ เมืองแวนคูเวอร์ โดยรถเช่าส่วนตัว
– แวะเตรียมเสบียงและซื้อของใช้ที่จำเป็น(ขนม อาหาร) ร้านค้าในเมืองก่อนเข้าที่พัก
Day 2
– นำทุกท่านออกเดินทางสู่เทือกเขาร็อกกี้ส์(Canadian Rockies Mountain) โดยมุ่งหน้าไปที่พักเมืองโกลเด้น(Golden) ประตูสู่เทือกเขาร็อกกี้ส์(Rockies Mountain) ตั้งอยู่ในรัฐอัลเบอร์ต้า(Alberta) เป็นเทือกเขาหลักที่อยู่ในภาคตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ มีความยาวกว่า 4,800 กิโลเมตรจากเหนือสุดของรัฐบริติชโคลัมเบียทางตะวันตกของแคนาดา ทอดยาวมายังรัฐนิวเม็กซิโก ตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เทือกเขาร็อกกี้ส์กำเนิดเมื่อประมาณ 55-80 ล้านปีก่อนประกอบไปด้วยไป 5 อุทยานแห่งชาติคือ โยโห(Yoho) แบมฟ์(Banff) แจสเปอร์(Jasper) คูเทนาย(Kootenay) และวอร์เตอร์ทอน(Waterton) ซึ่งทั้งหมดได้รับประกาศให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี 1984
– ระหว่างทางแวะถ่ายภาพและเที่ยวชมเมืองโฮป(Hope), เมืองชิลลิแวค(Chilliwack) และเมืองเรเวลสโตก(Revelstoke) รวมถึงอุทยานแห่งชาติเรเวลสโตก(Revelstoke national park) ถ้าสภาพอากาศเอื้ออำนวย พาชมวิวทะเลสาบด้านบน
– เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองโกลเด้น(ปรับเวลาเพิ่ม 1 ชั่วโมง)
Day 3
– เดินทางตัดเข้าสู่เขตเทือกเขาร็อกกี้ส์ (Canadian Rockies) โดยเส้นทางหลวงทรานส์-แคนาดา(Trans-Canada Highway) ทางหลวงที่ยาวที่สุดในโลกถึง 7,821 กิโลเมตร มนต์เสน่ห์ที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อระดับโลกอีกแห่งหนึ่งของแคนาดา เริ่มต้นจากวิคทอเรีย(Victoria, BC) ยาวไปถึงเมืองเซนต์จอห์น(St.John’s, Newfoundland) วิวข้างทางสวยงามตลอดทาง โอบล้อมด้วยภูเขาและทะเลสาบ อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์
– แวะเที่ยวชมถ่ายภาพสถานที่ธรรมชาติสวยงามอุทยานแห่งชาติโยโห(Yoho National Park) ไม่ว่าจะเป็นสะพานน้ำตกสีฟ้า พร้อมทิวต้นสนเรียงเป็นแถวยาว(Natural Bridge), ทะเลสาบสีเขียวมรกต(The Emerald Lake), น้ำตกแทคักคอว์(Takakkaw falls) สูงที่สุดในแคนนาเดี้ยนร็อกกี้ส์, น้ำตกวัปตา(Wapta waterfalls)และ Kicking horse pass
– เดินทางเข้ากลับที่พัก
Day 4
– เดินเล่นชมบรรยากาศเมืองพักผ่อนสุดน่ารักแถวที่พัก เมืองแบมฟ์ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) ล้อมรอบไปด้วยภูเขา ซึ่งเก่าแก่และดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดของแคนาดา จนได้รับฉายาว่า “อัญมณีแห่งเทือกเขาร็อกกี้ส์” นอกจากธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือแล้ว เรายังอาจพบสัตว์หายาก เช่น หมีกริซลี่ อินทรีย์สีทอง แพะภูเขา ฯลฯ
– ขับรถถ่ายภาพตามสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดถ่ายภาพ Surprise Corner Viewpoint ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีโรงแรมแฟร์มอนท์ แบมฟ์ สปริง(The Fairmont Banff Springs Hotel)อันโด่งดังและแม่น้ำโบว์(Bow River)เป็นฉากหลัง, น้ำตกโบว์(Bow Falls) น้ำตกที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็ง จนกลายเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำโบว์, ทะเลสาบเวอร์มิลเลียน(Vermilion Lakes)
– เดินทางไปชมยอดเขาสามเกลอ(Three sisters peak) เทือกเขาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน, น้ำตกเอลโบว์(Elbow Fall) เป็นพื้นที่สันปันน้ำของสายน้ำเอลโบว์ ความแปลกและสวยงามอยู่ตรงที่สายน้ำไหลตกลงซอกหินที่พื้นที่ด้านล่างเป็นแก่ง แล้วม้วนตัวขึ้น ไหลต่อไปตามทางน้ำผ่านแล้วหายเข้าไปในแนวป่า หลังจากนั้นแวะเดินเล่นในเมืองแคนมอร์(Canmore) เมืองตากอากาศเล็กๆ
– เดินทางไปทะเลสาบทู แจ็ค(Two Jack Lake) ทะเลสาบสีเขียวอมฟ้า ล้อมรอบด้วยหญ้าโล่งกว้างและทิวสนเรียงยาว โดยมีวิวฉากหลังเป็นเทือกเขาแคสเคด(Cascade), ทะเลสาบมิเนวันกา(Lake Minewanka) เป็นไฮไลท์ของทะเลสาบวันนี้ มีขนาดใหญ่กว้าง 2 กิโลเมตรและยาวถึง 20 กิโลเมตร
– เดินทางเข้ากลับที่พัก
Day 5
– ตื่นเช้าเพื่อไปเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลสาบหลุยส์ (Lake Louise) ทะเลสาบสวยงามระดับโลก สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ใสสะกดตา สามารถมองเห็นใต้ทะเลสาบอย่างชัดเจน โดยฉากหลังเป็นเทือกเขาร็อกกี้ส์สูงใหญ่และเห็นหิมะปกคลุมตลอดปี พร้อมเยี่ยมชมโรงแรมเก่าแก่ ถ่ายภาพมุมมหาชนที่ตั้งอยู่บนทะเลสาบอย่างแฟร์มอนท์ ชาร์โตว เลค หลุยส์(Fairmont Chateau Lake Louise)
– เดินเท้า(Hiking Trail)จากเลค หลุยส์ไปยังทะเลสาบแอกเนส(Lake Agnes) ด้านบนมีโรงน้ำชา(Tea House) แวะจิบชาชมวิวทะเลสาบจากมุมสูง
– เดินทางต่อไปทะเลสาบโมเรน (Moraine Lake) ทะเลสาบที่ขึ้นชื่อว่าสวยราวกับสรวงสวรรค์ และสวยที่สุดในแคนาดาอยู่ที่ระดับความสูง 1,883 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศหนาวเย็นตลอด หากถนนปิดเนื่องจากหิมะตก รถเข้าไม่ได้ สามารถเดินเท้าจากที่จอดรถของโรงแรมแฟร์มอนท์ ชาร์โตว์ เลค หลุยส์ ไปยังทะเลสาบโมเรนได้ ใช้เวลาประมาณ 1.30นาที(ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
– เดินทางต่อไปยัง Jasper และแวะถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทาง เช่น ทุ่งน้ำแข็งโคลัมเบีย(Columbia Icefield)
ธารน้ำแข็งที่มีอายุนับหลายล้านปี
เป็นเนินเขาที่หิมะปกคลุมหนาขาวโพลนกว้างสุดสายตา
มีขนาดใหญ่พอๆกับเมืองหนึ่งเมือง เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักสกี, หุบเขาร่องลึกมิสทาย่า(Mistaya Canyon) หุบเขาลึกที่เกิดจากกัดเซาะหินของกระแสน้ำหลายพันหมื่นปีจนเป็นรูปร่างธรรมชาติที่งดงาม, น้ำตกซันวัปตา(Sunwapta Falls) น้ำตกที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอุทยานนี้เและทะเลสาบรูปหมาป่าเพต์โตหรือทะเลสาบแห่งธารน้ำแข็ง(Peyto Lake) ถ่ายภาพมุมสูงจากเนินเขาโบว์(Bow summit) ซึ่งนอกจากธรรมชาติที่สวยงามระหว่างทางแล้ว ยังสามารถเห็นสัตว์ป่าอย่าง กวางมูส(Moose), กวางเอลค์(Elk), หมาป่าหรือแม้แต่หมีดำและหมีกรีซลี่
– เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองแจสเปอร์
– พาทุกท่านสำรวจเมืองรอบๆ พร้อมเยี่ยมชมทะเลสาบปิระมิด(Pyramid lake) และทะเลสาบมาลีน(Maligne lake) ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่สุดในแคนาเดี้ยน ร็อกกี้ส์ เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
***วันนี้หากอากาศเต็มใจ ฟ้าเปิดและค่าดัชนีแสงเหนือสูง(Kp Index) จะนำทุกท่าไปล่าแสงเหนือ เมืองแจสเปอร์เป็นเมืองที่อยู่สูงพอที่จะเห็นปรากฎการณ์แสงเหนือในบางครั้งคราว
Day 6
– ช่วงสายๆของวัน เดินทางกลับไปยังที่พักที่เมืองแวนคูเวอร์
– ระหว่างทางแวะพักตามเมืองใหญ่ต่างๆเช่น วาลเมาท์(Valemount) และแคมลูป(Kamloops)
Day 7
– ออกเดินทางจากที่พัก พาทุกท่านไปเดินเทรล Hiking trail ที่ทะเลสาบโจเฟร่(Joffre Lake) ทะเลสาบสีมรกต 3 แห่งที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดบริติช โคลัมเบีย(British Columbia) เกิดมาจากธารน้ำแข็ง Matier ที่ไหลลงมารวมกันและเรียงตามความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งมีท่อนไม้ใหญ่ๆลอยอยู่ในทะเลสาบ หรือบางต้นล้มลงมาตามธรรมชาติก็กลายเป็นสะพานข้ามสวยๆ (ไปกลับ 11 กิโลเมตร)
– แวะเที่ยวเมืองวิสเลอร์(Whistler) เมืองตากอากาศที่อยู่ใกล้แวนคูเวอร์ เคยจัดกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวมาแล้ว สามารถเดินชมรอบเมืองหรือเช่าจักรยานปั่นเที่ยวได้
– เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองแวนคูเวอร์
Day 8
– เดินเล่น ถ่ายรูป ปั่นจักรยานในสวนสาธารณะแสตนลีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง(Stanley Park) บนพื้นที่กว่า 10,000 เอเคอร์ มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุนับ 100 ปี เป็นแหล่งพักผ่อนของชาวแวนคูเวอร์ จุดเด่นของสวนนี้คือ กลุ่มเสาโทเทม(Totem) เสาที่เป็นที่ระลึกว่าบริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชนชาวพื้นเมืองอินเดียนมาก่อน
– เยี่ยมชมตัวเมืองแวนคูเวอร์ พาทุกท่านเลือกซื้อเสื้อผ้าและของฝากที่ถนนร็อบสัน(Robson Street)
– เข้าที่พัก ณ เมืองแวนคูเวอร์ พักผ่อนตามอัธยาศัย
Day 9
– เดินทางไปยังสนามบินนานาชาติแวนคูเวอร์ เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย
Day 10
– เดินทางถึงประเทศไทย
เงื่อนไขการจอง
โอนเงินมัดจำ ณ วันที่จอง 40,000บาท
โดยส่วนที่เหลือ 45,000บาท จะเรียกเก็บช่วงที่เริ่มทำวีซ่าแคนนาดา
ขอสงวนสิทธิ์ให้บุคคลที่โอนมัดจำมาก่อนเป็นการยืนยันสิทธิ์
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากทางเพจ ‘Explorer’s Hub’
fb.com/explorerhubtravel
Line: @explorerhub
โทร: 080 220 1888










