Dolomites - Italy (9D7N)

75,500 บาท

Dolomites via Milan-Munich Trip Outline

กรุ๊ปเล็ก เดินทาง 7-8 ท่าน + Staff คนไทย 1 คน
มีช่างภาพคอยเก็บภาพประทับใจ
ทริปนี้มีการเดินเท้าระยะสั้น (short hike)
ที่พักโดยรวมสะดวกสบายได้ โดยบางเมืองจะนอนรวมกันเป็นบ้านทั้งหลัง เพื่อความสะดวกแก่การเดินทางและความเป็นส่วนตัว

เดินทางวันที่ 17-25 ตุลาคม 2568

ราคาดังกล่าวรวม

– การเดินทางภายในประเทศทั้งหมด โดยรถตู้ 9 ที่นั่ง รวมถึงค่าน้ำมัน ค่าจอดรถ ค่าทางด่วน
– ที่พักรูปแบบโรงแรม / Guesthouse / บ้านทั้งหลังตลอดการเดินทาง
– ค่าเข้าอุทยานและสถานที่เที่ยวตามโปรแกรมทั้งหมด
– ค่ากระเช้า Cable car ขึ้นภูเขาเซเซด้า(Seceda) และ แอล์ปดีซุยซี (Alpe di Siusi)
สต๊าฟคนไทย / คนขับรถ / ตากล้องประจำทริป
– ประกันอุบัติเหตุและเสียชีวิตเบื้องต้นวงเงิน 1,000,000 บาท

 

ราคาดังกล่าวไม่รวม

– ตั๋วเครื่องบินขาไป กรุงเทพ-มิลาน และขากลับ มิวนิค-กรุงเทพ  (ราคาไปกลับประมาณ 29,xxx บาท ณ วันที่ 20 ธค 2567)
– ค่าอาหาร
– ค่าวีซ่า

รายละเอียดทริป

Day 1  Duomo di Milano, Parco Sempione, Quadrilatero D’Oro, Navigli Canals
เดินทางถึงท่าอากาศยานมิลาโนมัลเปนซา ประเทศอิตาลี(Aeroporto internazionale Milano-Malpensa, Italy)
พาทุกท่านสัมผัสเมืองมิลาน เมืองใหญ่อันดับสองของอิตาลี และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ แฟชั่น และศิลปะที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่ในภูมิภาคลอมบาร์เดีย (Lombardy) ทางตอนเหนือของประเทศ มีความโดดเด่นทั้งในด้านวัฒนธรรมสมัยใหม่และประวัติศาสตร์อันยาวนาน ถ่ายภาพกับสถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์คอย่าง มหาวิหารมิลาน(Duomo di Milano), Parco Sempione สวนสาธารณะขนาดใหญ่และสวยงามใจกลางเมือง, แหล่งช็อปปิ้ง Quadrilatero d’Oro และเดินเล่นริมคลองนาวิลี(Navigli Canals)
เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองมิลาน

Day 2 Dolomites > Lago Di Carezza > Seiser Alm for sunset
ออกเดินทางต่อขับรถข้ามสู่ประเทศอิตาลี มุ่งหน้าสู่เมืองออร์ติเซ่ในเขตอุทยานแห่งชาติโดโลไมท์(Dolomite National Park) ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคเหนือของอิตาลีเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ มีทัศนียภาพสวยงามแปลกตาและยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การ UNESCO ตั้งแต่ปี 2009 ในช่วงฤดูนี้จะได้สัมผัสบรรยากาศใบไม้ปลี่ยนสีตลอดเส้นทางโรดทริป
จากนั้นไปต่อที่ทะเลสาบคาเรซซ่า(Lago Di Carezza) หรือสายรุ้งแห่งทะเลสาบอยู่ทางตอนใต้ของโดโลไมท์ทะเลสาบมีหลายเฉดสีตั้งแต่เขียว เทอร์ควอยส์ ฟ้าและน้ำเงินรอบล้อมด้วยฉากหลังเทือกเขาโรเซนการ์เทนและลาร์เทมาร์(Rosengarten and Latemar) สะท้อนสีสันหลากหลายของธรรมชาติสามารถเดินตามทางเล็กๆรอบทะเลสาบได้ และเดินเล่น ถ่ายรูปย่านใจกลางเมือง รวมถึงเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมสไตล์เรอเนสซองซ์ที่โบสถ์ Saint Ulrich ช็อปปิ้งพักผ่อนตามอัธยาศัย
เก็บภาพแสงยามเย็นที่ Seiser Alm ทุ่งหญ้าบนยอดเขาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป พาชื่นชมทิวทัศน์งดงามของภูเขามากมาย เช่น Schlern, Langkofel (Sassolungo) และ Plattkofel (Sassopiatto)
เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองออร์ติเซ่(Ortisei)

Day 3  Santa Maddalena, Geisleralm hike, Seceda
พาท่านเยี่ยมชมหมู่บ้านซานตาแมดดาเลนา(Santa Maddalena) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใต้เงาของเทือกเขาโดโลไมท์ในเมืองเบลลูโนของอิตาลี มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 370 คนเท่านั้น วิวของหมู่บ้านนี้ยิ่งใหญ่อลังการเหมือนภาพวาด และเดินเส้นทางธรรมชาติ Geisler alm
ออกเดินทาง เพื่อนั่งกระเช้าขึ้นสู่เทือกเขาเซเซด้า(Seceda) ที่ความสูง 2,500 เมตร ชมวิวมุมสูงของบ้านเมือง ลานทุ่งหญ้าและเดินเท้าต่อเพื่อขึ้นไปจุดไฮไลท์ ยอดเนินคล้ายเปลวไฟที่แข็งเป็นหิน “Flame frozen in stone” (Seceda to Regensburger Hütte trial)
ขับรถไปตามทางเยี่ยมชมและเก็บภาพมุมสวยๆ มุมยอดฮิตในเส้นทางโรดทริปนี้ เช่น St.Valentin Church, Malga sanon
เดินทางกลับเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

Day 4 Gardena pass > Giau pass > Cortina d Ampasso
ขับรถชื่นชมความอลังการและสวยงามของธรรมชาติผ่านเส้นทางปาสโซ่ การ์เดน่า (Passo Gardena)และฟาลเซเรโกพาส(Falzarego Pass) ที่คดเคี้ยวผ่านภูเขาและทุ่งหญ้า อยู่ในเส้นทางสาย Great Dolomite Road
ขับรถชื่นชมเส้นทาง The Giau Pass เส้นทางขึ้นเขาที่มีชื่อเสียงและมีความสวยงามที่สุด มีความคดเคี้ยวไปตามทางโดยวิวทิวทัศน์ธรรมชาติจะมีความแตกต่างกันไปตามฤดูกาล เชื่อมต่อกับเขต Colle Santa Lucia และ Selva di Cadore เส้นทางนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะอยู่ในจุดที่ใกล้กับภูเขาที่มีความสำคัญและยังเป็นเส้นทางที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ธรรมชาติได้อย่างชัดเจน ตั้งอยู่บนทุ่งหญ้าสีเขียว และมีดอกไม้บานสวยงามตลอดทาง เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองออร์ติเซ่ หมู่บ้านเล็กๆ พาเยี่ยมชมและสัมผัสบรรยากาศรวมถึงวัฒนธรรมของชาวท้องถิ่น บ้านสีสันพาสเทลสวยงามเหมือนบ้านตุ๊กตาและเมืองแห่งศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในแถบอุทยานโดโลไมท์ ซึ่งอยู่ในหุบเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตรใกล้ออสเตรีย วิวเทือกเขาล้อมรอบและอากาศที่บริสุทธิ์
พาเดินชมเมืองคอร์ติน่า(Cortina D’Ampezzo) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ เมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางด้านตะวันออกของโดโลไมท์ เคยใช้เป็นสถานที่ในการจัดการเเข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวและจะจัดอีกครั้งในปี 2026 มีภาพยนตร์ที่เคยถ่ายทำที่เมืองนี้ เช่น The Pink Panther (1963), เจมส์บอนด์ 007 ตอน For Your Eyes Only (1981)
เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองคอร์ติน่า

Day 5 Tre Cime di Lavaredo Hike > Lake Misurina
เดินทางไปที่ Tri Cime di Lavaredo เดินเทรคขึ้นไปยอดภูเขาหินปูนสามลูกเรียงติดกัน มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์แห่งโดโลไมท์(Tri Cime di Lavaredo)  ประกอบด้วย 3 ยอดเขา Cima Piccola, Cima Grande และ Cima Ovest(4hr hike)
นำทุกท่านไปเดินเล่นชมวิวต่อที่ทะเลสาบมิซูริน่า(Lake Misurina) ภาพของทะเลสาบที่ถูกใช้ในการโปรโมทการท่องเที่ยวของประเทศอิตาลีมากที่สุด ทะเลสาบน้ำใสราวกับกระจก ซ่อนตัวในหุบเขา สะท้อนภาพภูเขาลงบนผืนน้ำรอบๆทะเลสาบจะมีร้านอาหาร ร้านให้เช่า อุปกรณ์สกี และมีลานสกีตั้งอยู่ไม่ไกล
เดินทางกลับเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

Day 6 LAGO DI LANDRO > Lago di Dobbiaco > Lago di Braises
เยี่ยมชมความงดงามของทะเลสาบชื่อดัง อย่างทะเลสาบลันโดร(Lago di Landro) ทะเลสาบน้ำแข็งน้ำใสสะท้อนสีฟ้าครามบรรยากาศสงบ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่ล้อมรอบด้วยยอดเขาหินปูนที่งดงาม, ทะเลสาบด็อบเบียโก(Lago di Dobbiaco) ทะเลสาบน้ำใสสีเขียวมรกตขนาดเล็ก ตั้งอยู่ระหว่างอุทยานธรรมชาติสองแห่ง ได้แก่ Fanes-Sennes-Prags Nature Park และ Tre Cime Nature Park และปิดท้ายด้วย ทะเลสาบเบรียส(Lake Braies, Pragser Wildsee) ทะเลสาบสีเขียวมรกตใสราวกระจกที่ UNESCO จัดให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและติดอันดับทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก ถูกขนานนามว่าเป็นไข่มุกแห่งโดโลไมท์
ขับรถมุ่งหน้าสู่ทางสู่เมืองอินน์สบรูค(Innsbruck) หัวใจของเทือกเขาแอลป์ ณ  ประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มอินน์(Inn Valley) เมืองท่องเที่ยวที่โอบล้อมด้วยภูเขาหิมะขนาดใหญ่และทะเลสาบ อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมบาโรคสวยงามทั่วทั้งเมือง
เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองอินส์บรูค

Day 7 Innsbruck > Munich
พาเดินเล่นเยี่ยมชม หลังคาทองคำ (Goldenness Dachl)” สัญลักษณ์สำคัญในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นด้วยความประณีตและมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี สวยงามแปลกตา มีมูลค่าที่ไม่สามารถประเมินได้, พระราชวังฮอฟบูร์ก(Hofburg Palace), Anna Saule เสาสถาปัตยกรรมงดงามที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการป้องกันการรุกรานของบาวาเรียในปี 1703และช็อปปิ้งตามอัธยาศัย
ขับรถข้ามไปยังมิวนิค ประเทศเยอรมันนี(Munich, Germany) เมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย (Bavaria) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 16 รัฐของเยอรมนี เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และงานเทศกาล เช่น งาน Oktoberfest นอกจากนี้ มิวนิคยังเป็นที่ตั้งของบริษัทใหญ่ เช่น BMW,  Allianz และเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี การศึกษา และศิลปะอีกด้วยเ พาทุกท่านเที่ยวชมในตัวเมืองมิวนิค เก็บสถานที่ไฮไลท์ เช่น Marienplatz, English Garden, St. Peter Church, Viktualienmarkt
เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองมิวนิค

Day 8 Freising, Airport
ก่อนเดินทางกลับ พาทุกท่านเยี่ยมชมเมือง Freising เป็นเมืองที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติอย่างลงตัว แวะถ่ายภาพกับ Freising Cathedral และเดินเล่นย่านเมืองเก่า
เดินทางไปสนามบินมิวนิค เพื่อขึ้นเครื่องกลับไทย

Day 9 Arrive in BKK, TH
เดินทางถึงประเทศไทย

เงื่อนไขการจอง

โอนเงินมัดจำ ณ วันที่จอง 40,000 บาท โดยส่วนที่เหลือจะเรียกเก็บก่อนเดินทางหนึ่งเดือน ขอสงวนสิทธิ์ให้บุคคลที่โอนมัดจำมาก่อนเป็นการยืนยันสิทธิ์

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากทางเพจ ‘Explorer’s Hub’
fb.com/explorerhub
โทร: 080 220 1888