Dolomites - Italy (9D7N)
75,500 บาท
Dolomites via Munich-Milan Trip Outline
กรุ๊ปเล็ก เดินทาง 7-8 ท่าน + Staff คนไทย 1 คน
มีช่างภาพคอยเก็บภาพประทับใจ
ทริปนี้มีการเดินเท้าระยะสั้น (short hike)
ที่พักโดยรวมสะดวกสบายได้ โดยบางเมืองจะนอนรวมกันเป็นบ้านทั้งหลัง เพื่อความสะดวกแก่การเดินทางและความเป็นส่วนตัว
เดินทางวันที่ 10-18 ตุลาคม 2568
ราคาดังกล่าวรวม
– การเดินทางภายในประเทศทั้งหมด โดยรถตู้ 9 ที่นั่ง รวมถึงค่าน้ำมัน ค่าจอดรถ ค่าทางด่วน
– ที่พักรูปแบบโรงแรม / Guesthouse / บ้านทั้งหลังตลอดการเดินทาง
– ค่าเข้าอุทยานและสถานที่เที่ยวตามโปรแกรมทั้งหมด
– ค่ากระเช้า Cable car ขึ้นภูเขาเซเซด้า(Seceda) และ แอล์ปดีซุยซี (Alpe di Siusi)
– สต๊าฟคนไทย / คนขับรถ / ตากล้องประจำทริป
– ประกันอุบัติเหตุและเสียชีวิตเบื้องต้นวงเงิน 1,000,000 บาท
ราคาดังกล่าวไม่รวม
– ตั๋วเครื่องบินขาไป กรุงเทพ-มิวนิค และขากลับ มิลาน-กรุงเทพ (ราคาไปกลับประมาณ 29,xxx บาท ณ วันที่ 20 ธค 2567)
– ค่าอาหาร
– ค่าวีซ่า
รายละเอียดทริป
Day 1 Arrive in Munich, City Tour
– เดินทางถึงสนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมันนี(Munich, Germany) เมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย (Bavaria) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 16 รัฐของเยอรมนี เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และงานเทศกาล เช่น งาน Oktoberfest นอกจากนี้ มิวนิคยังเป็นที่ตั้งของบริษัทใหญ่ เช่น BMW, Allianz และเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี การศึกษา และศิลปะอีกด้วย พาทุกท่านเที่ยวชมในตัวเมืองมิวนิค เก็บสถานที่ไฮไลท์ เช่น Marienplatz, English Garden, St. Peter Church, Viktualienmarkt
– เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองมิวนิค
Day 2 Drive to Innsbruck, City Tour
– มุ่งหน้าสู่ทางสู่เมืองอินน์สบรูค(Innsbruck) หัวใจของเทือกเขาแอลป์ ณ ประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มอินน์(Inn Valley) เมืองท่องเที่ยวที่โอบล้อมด้วยภูเขาหิมะขนาดใหญ่และทะเลสาบ อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมบาโรคสวยงามทั่วทั้งเมือง
– พาเดินเล่นเยี่ยมชม “หลังคาทองคำ (Goldenness Dachl)” สัญลักษณ์สำคัญในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นด้วยความประณีตและมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี สวยงามแปลกตา มีมูลค่าที่ไม่สามารถประเมินได้, พระราชวังฮอฟบูร์ก(Hofburg Palace), Anna Saule เสาสถาปัตยกรรมงดงามที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการป้องกันการรุกรานของบาวาเรียในปี 1703และช็อปปิ้งตามอัธยาศัย
– เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองอินส์บรูค
Day 3 Lago Di Brais, Lake Misurina, Lake Antorno
– ขับรถข้ามสู่ประเทศอิตาลีมุ่งหน้าสู่เมืองคอร์ติน่า ในเขตอุทยานแห่งชาติโดโลไมท์(Dolomite National Park) ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคเหนือของอิตาลีเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ มีทัศนียภาพสวยงามแปลกตาและยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การ UNESCO ตั้งแต่ปี 2009 ในช่วงฤดูนี้จะได้สัมผัสบรรยากาศใบไม้ปลี่ยนสีตลอดเส้นทางโรดทริป
– แวะถ่ายภาพทะเลสาบเบรียส(Lake Braies, Pragser Wildsee) ทะเลสาบสีเขียวมรกตใสราวกระจกที่ UNESCO จัดให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและติดอันดับทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก ถูกขนานนามว่าเป็นไข่มุกแห่งโดโลไมท์อยู่ ในเขตอุทยานแห่งชาติ Fanes Sennes Braies เขตป่าสงวนที่ใหญ่ที่สุดใจกลางเทือกเขาแห่งนี้
– นำทุกท่านไปเดินเล่นชมวิวต่อที่ทะเลสาบมิซูริน่า(Lake Misurina) ภาพของทะเลสาบที่ถูกใช้ในการโปรโมทการท่องเที่ยวของประเทศอิตาลีมากที่สุด ทะเลสาบน้ำใสราวกับกระจก ซ่อนตัวในหุบเขา สะท้อนภาพภูเขาลงบนผืนน้ำรอบๆทะเลสาบจะมีร้านอาหาร ร้านให้เช่า อุปกรณ์สกี และมีลานสกีตั้งอยู่ไม่ไกลและเดินเท้าต่อเพื่อถ่ายภาพกับทะเลสาบแอนทอโน่(Lake Antorno)
-เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองคอร์ติน่า(Cortina D’Ampezzo)
Day 4 Tre Cime di Lavaredo hike
– เดินทางไปที่ Tri Cime di Lavaredo เดินเทรคขึ้นไปยอดภูเขาหินปูนสามลูกเรียงติดกัน มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์แห่งโดโลไมท์(Tri Cime di Lavaredo) ประกอบด้วย 3 ยอดเขา Cima Piccola, Cima Grande และ Cima Ovest(4hr hike)
– เดินทางกลับเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
Day 5 Cortina d Ampaasso, Giau Pass, Ortisei
– ช่วงเช้าพาเดินชมเมืองคอร์ติน่า(Cortina D’Ampezzo) เมืองที่มีขนาดใหญ่ เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางด้านตะวันออกของโดโลไมท์ เคยใช้เป็นสถานที่ในการจัดการเเข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวและจะจัดอีกครั้งในปี 2026 มีภาพยนตร์ที่เคยถ่ายทำที่เมืองนี้ เช่น The Pink Panther (1963), เจมส์บอนด์ 007 ตอน For Your Eyes Only (1981)
– ขับรถชื่นชมความอลังการและสวยงามของธรรมชาติผ่านเส้นทางปาสโซ่ การ์เดน่า (Passo Gardena)และฟาลเซเรโกพาส(Falzarego Pass) ที่คดเคี้ยวผ่านภูเขาและทุ่งหญ้า อยู่ในเส้นทางสาย Great Dolomite Road
– ขับรถชื่นชมเส้นทาง The Giau Pass เส้นทางขึ้นเขาที่มีชื่อเสียงและมีความสวยงามที่สุด มีความคดเคี้ยวไปตามทางโดยวิวทิวทัศน์ธรรมชาติจะมีความแตกต่างกันไปตามฤดูกาล เชื่อมต่อกับเขต Colle Santa Lucia และ Selva di Cadore เส้นทางนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะอยู่ในจุดที่ใกล้กับภูเขาที่มีความสำคัญและยังเป็นเส้นทางที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ธรรมชาติได้อย่างชัดเจน ตั้งอยู่บนทุ่งหญ้าสีเขียว และมีดอกไม้บานสวยงามตลอดทาง เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองออร์ติเซ่ หมู่บ้านเล็กๆ พาเยี่ยมชมและสัมผัสบรรยากาศรวมถึงวัฒนธรรมของชาวท้องถิ่น บ้านสีสันพาสเทลสวยงามเหมือนบ้านตุ๊กตาและเมืองแห่งศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในแถบอุทยานโดโลไมท์ ซึ่งอยู่ในหุบเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตรใกล้ออสเตรีย วิวเทือกเขาล้อมรอบและอากาศที่บริสุทธิ์
– เช็คอินเข้าที่พัก ณ เมืองออร์ติเซ่ (Ortisei)
Day 6 Santa Maddalena, Geisler Alm hike, Seceda
– พาท่านเยี่ยมชมหมู่บ้านซานตาแมดดาเลนา(Santa Maddalena) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใต้เงาของเทือกเขาโดโลไมท์ในเมืองเบลลูโนของอิตาลี มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 370 คนเท่านั้น วิวของหมู่บ้านนี้ยิ่งใหญ่อลังการเหมือนภาพวาด และเดินเส้นทางธรรมชาติ Geisler Alm
– นั่งกระเช้าขึ้นสู่เทือกเขาเซเซด้า(Seceda) ที่ความสูง 2,500 เมตร ชมวิวมุมสูงของบ้านเมือง ลานทุ่งหญ้าและเดินเท้าต่อเพื่อขึ้นไปจุดไฮไลท์ ยอดเนินคล้ายเปลวไฟที่แข็งเป็นหิน “Flame frozen in stone” (Seceda to Regensburger Hütte trial)
– ขับรถไปตามทางเยี่ยมชมและเก็บภาพมุมสวยๆ มุมยอดฮิตในเส้นทางโรดทริปนี้ เช่น St.Valentin Church, Malga sanon
– เดินทางกลับเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
Day 7 Seiser Alm, Lago Di Carezza, Milan
– ออกเดินเท้าเส้นทางธรรมชาติเทรล Seiser Alm ทุ่งหญ้าบนยอดเขาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป พาชื่นชมทิวทัศน์งดงามของภูเขามากมาย เช่น Schlern, Langkofel (Sassolungo) และ Plattkofel (Sassopiatto)
– จากนั้นไปต่อที่ทะเลสาบคาเรซซ่า(Lago Di Carezza) หรือสายรุ้งแห่งทะเลสาบ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของโดโลไมท์ทะเลสาบมีหลายเฉดสีตั้งแต่เขียว เทอร์ควอยส์ ฟ้าและน้ำเงินรอบล้อมด้วยฉากหลังเทือกเขาโรเซนการ์เทนและลาร์เทมาร์(Rosengarten and Latemar) สะท้อนสีสันหลากหลายของธรรมชาติสามารถเดินตามทางเล็กๆรอบทะเลสาบได้ และเดินเล่น ถ่ายรูปย่านใจกลางเมือง รวมถึงเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมสไตล์เรอเนสซองซ์ที่โบสถ์ Saint Ulrich ช็อปปิ้งพักผ่อนตามอัธยาศัย
-เดินทางต่อไปยังเมืองมิลาน(Milan) ประเทศอิตาลี
Day 8 Duomo di Milano, Galleria Vittorio EmanueleII, Airport
– พาทุกท่านสัมผัสเมืองมิลาน เมืองใหญ่อันดับสองของอิตาลี และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ แฟชั่น และศิลปะที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่ในภูมิภาคลอมบาร์เดีย(Lombardy) ทางตอนเหนือของประเทศ มีความโดดเด่นทั้งในด้านวัฒนธรรมสมัยใหม่และประวัติศาสตร์อันยาวนาน ถ่ายภาพกับสถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์คอย่าง มหาวิหารมิลาน(Duomo di Milano), แกลเลอเรีย วิตโตรีโอ เอมานูเอเล ที่ 2(Galleria Vittorio Emanuele II) เป็นต้น
– เดินทางไปสนามบินมิลาน เพื่อขึ้นเครื่องกลับไทย
Day 9 Arrive in BKK, TH
– เดินทางถึงประเทศไทย
เงื่อนไขการจอง
โอนเงินมัดจำ ณ วันที่จอง 40,000 บาท โดยส่วนที่เหลือจะเรียกเก็บก่อนเดินทางหนึ่งเดือน ขอสงวนสิทธิ์ให้บุคคลที่โอนมัดจำมาก่อนเป็นการยืนยันสิทธิ์
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากทางเพจ ‘Explorer’s Hub’
fb.com/explorerhub
โทร: 080 220 1888
